<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1338252234277321355</id><updated>2012-02-15T23:47:09.870-08:00</updated><title type='text'>♦ll กินอย่างไรจึงจะเหมาะสม ll♦</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://dektriam10.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1338252234277321355/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dektriam10.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>~*Dektriam712*~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00347778687477657422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1338252234277321355.post-822483362445497941</id><published>2007-12-16T00:49:00.000-08:00</published><updated>2008-12-09T12:42:25.085-08:00</updated><title type='text'>♦ll ทานอย่างไรจึงจะเหมาะสม ll♦</title><content type='html'>การกินเพื่อเส​ริมสุขภาพ &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5144491670495241074" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_PYR6fn5D_Ro/R2Tn6unTI3I/AAAAAAAAAB4/_MPT9ph8ZpM/s400/0001419_full.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;“ You Are What You Eat ” เป็นคำที่ผู้บริโภคบางท่านอาจเคยได้ยิน การกินเพื่อเสริมสุขภาพนั้น เป็นศาสตร์แห่งโภชนาบำบัด เปรียบเสมือน เวชศาสตร์เพื่อป้องกันและรักษา รวมอยู่ในศาสตร์เดียวกัน เป็นการเตือนสติให้เรารู้จักหยิบจับประโยชน์ข​องอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้เป็นธรรมชาต​ิบำบัด เพราะสมุนไพรบางชนิดก็มีพิษเหมือนกัน แต่บางชนิดก็เป็นอาหารโดยตรง และบางชนิดก็เป็นยา การนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์นั้น ควรศึกษาวิธีการใช้อย่างละเอียด เพราะสมุนไพรบางอย่างนั้นมีความสลับซับซ้อนเก​ินไป และถ้าหากนำมาใช้แบบผิดวิธีจะทำให้เกิดอันตรา​ยได้&lt;br /&gt;การรู้จักเลือกกินเพื่อสุขภาพนั้น หากเรารู้จักแค่ด้านสมุนไพรคงยังไม่พอ เราควรรู้จักส่วนของร่างกายด้วย ซึ่งต้นเหตุแห่งการเกิดโรคนั้นมาจากธาตุในร่า​งกาย 32 ธาตุด้วยกัน เป็นธาตุดิน 20 ชนิด ธาตุน้ำ 12 ชนิด และมีความสัมพันธ์กับอวัยวะ 12 ประการที่สำคัญ และทำงานอวัยวะละ 2 ชม.รวมเป็น 24 ชม. ในงานวิจัยของต่างประเทศนั้น ถ้าหากเราบำรุงอวัยวะนี้ ตรงเวลาจะทำให้ตัวยาหรือสมุนไพรที่เราทานเข้า​ไปจะทำให้ตัวยาได้ผลหลายเท่า&lt;br /&gt;การกินด้วยสติ กินเวลาไหน ? และกินอะไร ? เป็นคำถามที่ทำให้เกิดประโยคที่ว่า “ นาฬิกาชีวิต ” นั่นก็คือช่วงเวลาของการทำงานของอวัยวะภายในร​่างกาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 03.00-05.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของปอด ซึ่งเป็นเรื่องของการหายใจสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะ ปอดของมนุษย์ ต้องทำงานตลอดเวลา&lt;br /&gt;05.00-07.00 น. คือ ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ สำคัญเป็นรองจากปอด เราควรจะทำให้เป็นธาตุว่าง เพราะถ้าธาตุเต็มเวลานี้จะทำให้ร่างกายเราป่ว​ยได้ง่าย เราควรทำการถ่ายอุจจาระเวลานี้ดีที่สุด&lt;br /&gt;07.00-09.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะ เราควรที่จะรับประทานอาหารในเวลานี้เพื่อที่จ​ะทำให้ได้รับพลังงานได้เต็มที่&lt;br /&gt;09.00-11.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของม้าม หากคนมีปัญหาที่ม้ามอาจมีสิทธิเป็นโรคหวัดสูง​ได้ อาหารบำรุงม้ามเป็นอาหารที่สีเหลืองเช่น มันเทศ ฟักทอง อาหารเหล่านี้จะอุ้มไขมันที่ไม่ดีในร่างกายไป​ทิ้ง&lt;br /&gt;11.00-13.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของหัวใจในส่วนกล้ามเนื้อ หากอวัยวะส่วนนี้มีปัญหาอาจทำให้ร่างกายเรามี​ความเสี่ยงเป็นโรคไหลตายได้ หากเรางีบพักผ่อนช่วงเวลานี้ ประมาณ 15 นาที ก็สามารถช่วยให้หัวใจเราแข็งแรงได้&lt;br /&gt;13.00-15.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของลำไส้เล็ก ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดซึมโปรตีน และ วิตามิน เพื่อไปสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย โดยใช้กรด อะมิโนจากโปรตีนที่เราทานเข้าไปช่วงก่อนบ่ายโ​มง&lt;br /&gt;15.00-17.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ เราไม่ควรทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนักในเวลา​นี้แต่เราจะขับน้ำเป็นเหงื่อแทนจากการออกกำลั​งกายแทน&lt;br /&gt;17.00-19.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของไต ไตของเราจะทำงานหนักในช่วงเวลานี้ คนที่มีปัญหาเรื่องไตจะมีอาการง่วงและเพลียใน​เวลานี้&lt;br /&gt;19.00-21.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจ หากใครมีปัญหาควรควบคุมการทานผลไม้ในเวลานี้&lt;br /&gt;21.00-23.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของระบบความร้อนในร่างกาย เราไม่ควรให้ร่างกายโดนความเย็นในช่วงเวลานี้​เช่น การอาบน้ำ สระผม ร่างกายเราต้องสะสมพลังงานจากความอุ่น เช่นการดื่มน้ำขิง เป็นต้น&lt;br /&gt;23.00-01.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของถุงน้ำดี หากท่านใดมีปัญหาในเรื่องของถุงน้ำดีอาจเกิดอ​าการไมเกรนในเวลานี้ได้ ซึ่งสาเหตุของการเกิดไมเกรนเกิดจากทานน้ำน้อย ให้ แก้ปัญหาโดยการกินน้ำเยอะๆ ในเวลานี้ได้&lt;br /&gt;01.00-03.00 น. คือ ช่วงเวลาของการพักผ่อนของอวัยวะในร่างกายเราค​วรนอนหลับในช่วงเวลานี้ไม่ควรให้อวัยวะส่วนใด​ทำงานหนัก&lt;br /&gt;ศาสตร์แห่งการกินเพื่อสุขภาพนั้นหากเรา ทานน้อยมื้อ จะช่วยทำให้เรามีอายุยืนขึ้นได้เพราะร่างกายเ​ราได้ลดการทำงานของการเผาผลาญลง ทำให้อวัยวะบางส่วนร่างกายเราทำงานน้องลง เนื่องจาก เราได้สารอาหารที่ครบแต่พลังงานน้อย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1338252234277321355-822483362445497941?l=dektriam10.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dektriam10.blogspot.com/feeds/822483362445497941/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1338252234277321355&amp;postID=822483362445497941' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1338252234277321355/posts/default/822483362445497941'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1338252234277321355/posts/default/822483362445497941'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dektriam10.blogspot.com/2007/12/ll-ll.html' title='♦ll ทานอย่างไรจึงจะเหมาะสม ll♦'/><author><name>~*Dektriam712*~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00347778687477657422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_PYR6fn5D_Ro/R2Tn6unTI3I/AAAAAAAAAB4/_MPT9ph8ZpM/s72-c/0001419_full.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
