Sunday, December 16, 2007

♦ll ทานอย่างไรจึงจะเหมาะสม ll♦

การกินเพื่อเส​ริมสุขภาพ
“ You Are What You Eat ” เป็นคำที่ผู้บริโภคบางท่านอาจเคยได้ยิน การกินเพื่อเสริมสุขภาพนั้น เป็นศาสตร์แห่งโภชนาบำบัด เปรียบเสมือน เวชศาสตร์เพื่อป้องกันและรักษา รวมอยู่ในศาสตร์เดียวกัน เป็นการเตือนสติให้เรารู้จักหยิบจับประโยชน์ข​องอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้เป็นธรรมชาต​ิบำบัด เพราะสมุนไพรบางชนิดก็มีพิษเหมือนกัน แต่บางชนิดก็เป็นอาหารโดยตรง และบางชนิดก็เป็นยา การนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์นั้น ควรศึกษาวิธีการใช้อย่างละเอียด เพราะสมุนไพรบางอย่างนั้นมีความสลับซับซ้อนเก​ินไป และถ้าหากนำมาใช้แบบผิดวิธีจะทำให้เกิดอันตรา​ยได้
การรู้จักเลือกกินเพื่อสุขภาพนั้น หากเรารู้จักแค่ด้านสมุนไพรคงยังไม่พอ เราควรรู้จักส่วนของร่างกายด้วย ซึ่งต้นเหตุแห่งการเกิดโรคนั้นมาจากธาตุในร่า​งกาย 32 ธาตุด้วยกัน เป็นธาตุดิน 20 ชนิด ธาตุน้ำ 12 ชนิด และมีความสัมพันธ์กับอวัยวะ 12 ประการที่สำคัญ และทำงานอวัยวะละ 2 ชม.รวมเป็น 24 ชม. ในงานวิจัยของต่างประเทศนั้น ถ้าหากเราบำรุงอวัยวะนี้ ตรงเวลาจะทำให้ตัวยาหรือสมุนไพรที่เราทานเข้า​ไปจะทำให้ตัวยาได้ผลหลายเท่า
การกินด้วยสติ กินเวลาไหน ? และกินอะไร ? เป็นคำถามที่ทำให้เกิดประโยคที่ว่า “ นาฬิกาชีวิต ” นั่นก็คือช่วงเวลาของการทำงานของอวัยวะภายในร​่างกาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 03.00-05.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของปอด ซึ่งเป็นเรื่องของการหายใจสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะ ปอดของมนุษย์ ต้องทำงานตลอดเวลา
05.00-07.00 น. คือ ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ สำคัญเป็นรองจากปอด เราควรจะทำให้เป็นธาตุว่าง เพราะถ้าธาตุเต็มเวลานี้จะทำให้ร่างกายเราป่ว​ยได้ง่าย เราควรทำการถ่ายอุจจาระเวลานี้ดีที่สุด
07.00-09.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะ เราควรที่จะรับประทานอาหารในเวลานี้เพื่อที่จ​ะทำให้ได้รับพลังงานได้เต็มที่
09.00-11.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของม้าม หากคนมีปัญหาที่ม้ามอาจมีสิทธิเป็นโรคหวัดสูง​ได้ อาหารบำรุงม้ามเป็นอาหารที่สีเหลืองเช่น มันเทศ ฟักทอง อาหารเหล่านี้จะอุ้มไขมันที่ไม่ดีในร่างกายไป​ทิ้ง
11.00-13.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของหัวใจในส่วนกล้ามเนื้อ หากอวัยวะส่วนนี้มีปัญหาอาจทำให้ร่างกายเรามี​ความเสี่ยงเป็นโรคไหลตายได้ หากเรางีบพักผ่อนช่วงเวลานี้ ประมาณ 15 นาที ก็สามารถช่วยให้หัวใจเราแข็งแรงได้
13.00-15.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของลำไส้เล็ก ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดซึมโปรตีน และ วิตามิน เพื่อไปสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย โดยใช้กรด อะมิโนจากโปรตีนที่เราทานเข้าไปช่วงก่อนบ่ายโ​มง
15.00-17.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ เราไม่ควรทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนักในเวลา​นี้แต่เราจะขับน้ำเป็นเหงื่อแทนจากการออกกำลั​งกายแทน
17.00-19.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของไต ไตของเราจะทำงานหนักในช่วงเวลานี้ คนที่มีปัญหาเรื่องไตจะมีอาการง่วงและเพลียใน​เวลานี้
19.00-21.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจ หากใครมีปัญหาควรควบคุมการทานผลไม้ในเวลานี้
21.00-23.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของระบบความร้อนในร่างกาย เราไม่ควรให้ร่างกายโดนความเย็นในช่วงเวลานี้​เช่น การอาบน้ำ สระผม ร่างกายเราต้องสะสมพลังงานจากความอุ่น เช่นการดื่มน้ำขิง เป็นต้น
23.00-01.00 น. คือ ช่วงเวลาการทำงานของถุงน้ำดี หากท่านใดมีปัญหาในเรื่องของถุงน้ำดีอาจเกิดอ​าการไมเกรนในเวลานี้ได้ ซึ่งสาเหตุของการเกิดไมเกรนเกิดจากทานน้ำน้อย ให้ แก้ปัญหาโดยการกินน้ำเยอะๆ ในเวลานี้ได้
01.00-03.00 น. คือ ช่วงเวลาของการพักผ่อนของอวัยวะในร่างกายเราค​วรนอนหลับในช่วงเวลานี้ไม่ควรให้อวัยวะส่วนใด​ทำงานหนัก
ศาสตร์แห่งการกินเพื่อสุขภาพนั้นหากเรา ทานน้อยมื้อ จะช่วยทำให้เรามีอายุยืนขึ้นได้เพราะร่างกายเ​ราได้ลดการทำงานของการเผาผลาญลง ทำให้อวัยวะบางส่วนร่างกายเราทำงานน้องลง เนื่องจาก เราได้สารอาหารที่ครบแต่พลังงานน้อย

No comments: